หายไปนานเลย ในที่สุดก็กลับมาอัพบล็อกแล้วค่า ~~ 

จากงานหนังสือที่ผ่านมา ก็ได้ไปอุดหนุนบูทของบลิสเป็นครั้งสุดท้าย T^T 
นิยายที่จะพูดถึงวันนี้ ก็เป็นหนึ่งในเล่มที่เล็งไว้นานแล้ว แต่เพิ่งซื้อมา เพราะรู้ว่าเค้าจะไม่พิมพ์แล้วนี่แล > <

เรื่อง กระซิบสีเลือด ของ อายะซึจิ ยูกิโตะ



เรื่องย่อจากปกหลัง ตามนี้


ฉันเป็นแม่มด..เพื่อนร่วมห้องในหอพักพูดทิ้งท้ายในคืนหนึ่ง ก่อนพบจุดจบด้วยถูกไฟคลอกใน "ห้องปิดตาย" ซึ่งซุกซ่อนตำนานแม่มดย้อนหลังไปกว่าสามสิบปี จากนั้นในโรงเรียนมัธยมปลายสตรีอันเก่าแก่ ต้องตื่นตระหนกด้วยเหตุฆาตกรรมซ้อน จนเด็กใหม่อย่างซาเอโกะเริ่มหวาดหวั่น เธอเพิ่งได้รู้ชาติกำเนิดของตัวเอง และเผชิญกับภาพหลอนสีแดงปรากฎพร้อม "เสียงกระซิบ" ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับปริศนาในอดีตที่ไม่เคยเหลืออยู่ในความทรงจำหนำซ้ำในคืนเกิดเหตุ เธอจำไม่ได้เลยว่าทำอะไรอยู่ที่ไหนจึงเริ่มสงสัย..ว่าฆาตกรลึกลับอาจเป็นตัวเธอเอง 

เรื่องนี้เป็นเล่มแรกของซีรีส์"กระซิบ" มีสามเล่ม เนื้อหาไม่ได้ต่อกัน แต่มีธีมร่วมกัน คือ เสียงกระซิบ
เราไม่เคยอ่านงานของนักเขียนคนนี้มาก่อน แต่เคยได้ยินเพื่อนพูดถึงมาบ้างว่าดี พออ่านปกหลังก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี เลยลองอ่านดู

เท่าที่เราเคยอ่านแนวที่ใกล้เคียงที่สุดก็น่าจะเป็นของโอตสึอิจิล่ะมั้ง แบบประมาณเรื่อง GOTH คือเป็นแนวลึกลับแบบหลอนๆอ่ะ จริงๆฟีลก็ไม่ได้คล้ายกันขนาดนั้นอ่ะนะ แต่คือยังไงดี ประมาณว่ามันพูดถึงความบิดเบี้ยวในจิตใจมนุษย์เหมือนกัน(แต่ดูเหมือนGOTHจะจิตกว่า-_-;) บรรยากาศก็หลอนๆเหมือนกัน แต่เรื่องนี้จะเล่าไปเรื่อยๆมากกว่า แล้วก็เป็นแนวสืบสวนหน่อยๆด้วย

ที่รู้สึกอีกอย่างคือ เรื่องนี้มันออกแนวหนังสยองขวัญอ่ะ=_= คือ คดีมันจะเกี่ยวกับฆาตรกรโรคจิตไง แล้วมันก็จะมีฉากไล่ฆ่า เราว่าตรงนี้อย่างกะหนังฝรั่งเรื่อง Psycho เลยอ่ะ หรือความจริงคือ มันคงจะเป็นแนวของหนังสยองขวัญแบบต้นตำรับอะไรงี้มั้งo_O

สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน และปกติไม่ได้อ่านแนวลึกลับ ขอเตือนก่อนว่า คำบรรยายเรื่องนี้ค่อนข้างน่ากลัวอยู่หลายตอน พูดถึงเลือดเยอะเหมือนกัน (เพราะมันเป็นธีมของเรื่อง) ก็ไม่ได้อี๋อะไรขนาดนั้นหรอก ถ้าไม่นึกภาพตามมากก็พอทนได้ 

โดยรวมเราว่าผูกเรื่องได้ดีนะ แต่พูดได้ไม่เต็มปากว่าชอบเรื่องนี้=_= แอบรู้สึกว่าโหดจัง (อาจจะเพราะเรามีภูมิต้านทานความสยดสยองในนิยายลึกลับของญี่ปุ่นไม่พอ) แต่คิดว่าเดี๋ยวลองอ่านเล่มอื่นในซีรีส์นี้ แล้วไปหาเรื่องอื่นของคนเขียนคนนี้มาอ่านก่อน แล้วคงจะรู้ว่าเราชอบแนวของคนนี้มั้ย 



edit @ 16 Apr 2012 13:58:02 by SongSung

กลับมาอัพบล็อกแล้วค่าาาา
หายไปหลายเดือนเลยทีเดียว เหอๆ
ตอนนี้สอบเสร็จ และปิดเทอมแล้ว ><( หยุดตั้งแต่วันที่ 2)
เหลือแค่พรีเซนต์รายงานตอนเดือนกันยาอย่างเดียว แล้วก็กลับไทยแล้วค่า

  
 เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (31 กรกฎา) ไปดูแฮร์รี่ 7.2 มา ดีเลย์กว่าชาวบ้านเค้าไปครึ่งเดือน -_-’’
พอดีช่วงนั้นยุ่งๆ ทั้งทำรายงาน ทั้งสอบ จริงๆกะจะไปดูหลังสอบเสร็จเลยด้วยซ้ำ(สอบเสร็จ 1 สิงหา)
แต่สุดท้ายก็ไปดูคืนวันอาทิตย์ วันเกิดแฮร์รี่จนได้ >< 
ตอนที่เลือกวันกับเพื่อนไม่ทันได้คิดหรอกว่าเป็นวันเกิดแฮร์รี่  เพิ่งมานึกได้ทีหลัง โอ้วว เราเลือกวันกันได้เป๊ะมาก๕๕๕
 คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ดูแฮร์รี่เป็นแบบ 3D ด้วย จริงๆตั้งแต่ดูอวาตาร์แล้วก็ไม่ได้ดูเรื่องไหนเป็น 3Dอีกเลย พอดีได้ยินมาจากเพื่อนว่า 3D สวยมาก ไหนๆก็ภาคสุดท้ายแล้ว เลยลองดูซะหน่อย
 ภาพสวยมากกก มีความลึกกว่าแบบปกติ ฉากตอนต้นๆเรื่องที่สเนปยืนตรงระเบียง เหมือนเราไปยืนอยู่ข้างหลังสเนปจริงๆเลย แล้วก็พวกฉากที่มีอะไรปลิวๆ ฟุ้งๆ สวยมาก สวยตั้งแต่ผู้คุมวิญญาณตอนฉากเปิดเรื่องแล้ว ผ้าคลุมปลิวสไวมากค่ะ๕๕๕ ฉากที่เสกคาถาป้องกันโรงเรียนก็สวย แต่ตอนโวลเดอร์มอร์สลายร่างเป็นเศษเหมือนทิชชู่สีดำๆ ปลิวๆสวยสุด (เปรียบเทียบซะ-_- หมดกัน๕๕๕) เหมือนลอยเข้ามาข้างหน้าเลย  แต่โชคดีที่ภาคนี้ไม่่ค่อยมีฉากน่ากลัวให้ตกใจเท่าไร ภาคที่แล้วนี่หนังสยองขวัญมาก อย่างฉากนากินีพุ่งเข้ามาตอนต้นเรื่องนี่ถ้าเป็นสามมิติคงช็อกตาย
 ภาพก็สวย เพลงก็เพราะแบบเศร้าๆ เนื้อเรื่องก็ดี เดินเรื่องไวกว่าที่คิดเหมือนกัน แต่ก็ค่อนข้างกระชับ มีเปลี่ยนเยอะหน่อยตอนท้าย โดยเฉพาะฉากที่แฮร์รี่สู้กับโวลเดอร์มอร์ จริงๆตอนดูไม่ค่อยรู้สึกผิดหวังอะไรที่เค้าเปลี่ยน แอบดีใจด้วยซ้ำ เพราะตอนอ่านรู้สึกว่า โวลเดอร์มอร์ตายง่ายเกินไปหน่อย๕๕๕ แต่พอมาอ่านในพันทิป เลยเพิ่งนึกได้ว่าเค้าตัดตอนแฮร์รี่เฉลยทุกอย่างให้โวลเดอร์มอร์ฟังไปหมดเลยนี่นาT-T จริงๆฉากนั้นในหนังสือจำได้ว่าอ่านแล้วสะใจมาก  เอ้อ แล้วตอนสู้กันคนก็มุงกันเต็มเลยด้วย ไม่ใช่สู้กันอยู่สองคน ชนะแล้วจะมีใครรู้มั่งมั้ยเนี่ย ถ้าไม่ได้เดินไปบอกเอง เหอๆ
 แต่ยังไง สรุปแล้ว ภาคสุดท้ายก็สุดยอดสมคำร่ำลือจริงๆ ขนาดรู้เรื่องอยู่แล้ว ทำใจล่วงหน้าไว้แล้ว ก็ยังร้องไห้ไปกับหลายฉากเลยT-T
- ฉากที่เริ่มร้องฉากแรกเลยคือ ตอนที่ศจ.มักกอนากัลออกมากันแฮร์รี่ ตอนที่สเนปเสกคาถามา
- ตอนที่พวกอาจารย์เสกคาถาป้องกันโรงเรียน (มักกอนากัลน่ารัก>< ที่บอกว่าอยากลองเสกคาถานี้มานานแล้ว)
- ตอนแฮร์รี่คุยกับมักกอนากัลเราก็แอบร้องนิดหน่อย จำไม่ได้ว่าทำไมเหมือนกัน๕๕๕ สงสัยเพราะคิดถึง?
- ตอนที่เนวิลล์พูดว่า ถึงเราจะเสียแฮร์รี่ไป แต่แฮร์รี่ยังอยู่ในใจเรา หรืออะไรนี่แหละ
- ตอนฉากที่แฮร์รี่เจอพ่อ แม่ ซีเรียส ลูปิน ในป่าT-T
 แต่ที่ประทับใจที่สุด และเสียน้ำตาเยอะสุด ก็คือตั้งแต่ตอนสเนปโดนนากินีฉกอ่ะT-T เห็นแค่เงา แต่รู้สึกว่าโหดมาก ตายโหดสุดในเรื่องเลย แล้วก็ตอนที่แฮร์รี่เดินไปหา แล้วสเนปให้เอาความทรงจำไปอ่ะ หน้าสเนปแบบไม่ไหวแล้ว T-T อึ้งเลย ทำไมเล่นดีขนาดนี้คะ... 
    ฉากเรื่องเล่าของเจ้าชายทำดีมากกก ร้องไห้ตลอดเลย ยิ่งตอนสเนปกอดศพลิลลี่ แบบไม่ไหวแล้วววT-T ไม่เคยเห็นเค้าทำหน้าอย่างนี้มาก่อน
 พอดูจบแล้ว คนที่พูดถึงคนแรกคือสเนปT-T จริงๆ ตั้งแต่เห็นในฉากเปิดเรื่องก็เศร้าแล้ว ขนาดยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย อ่านมาหกเล่ม ไม่ชอบเค้ามาตลอดเลย พอมารู้ความจริงเล่มเจ็ดนี่ช็อกมาก แอบรู้สึกผิดที่มองเค้าผิดมาตลอด
 ฉากเฟร็ดตาย ไม่มีให้เห็นชัดๆเหมือนในหนังสือ แต่เราว่า ตอนที่ครอบครัววิสลีย์ร้องไห้กับศพเฟร็ดก็เศร้าพอแล้วล่ะT-T ท๊องส์กับลูปินโผล่มาให้เห็นแวบเดียว มาเจออีกทีก็ตายแล้วT-T
 ภาคนี้เหมือนฉากขำๆจะไม่ค่อยมี คงเพราะเรื่องมันดราม่ากว่าทุกภาค
 ชอบเบลลาทริกซ์เฮอร์ไมโอนี่สุดแล้ว๕๕๕ เจ๊เล่นเหมือนมากกก ตั้งแต่ตอนเดินขึ้นเนินมาแล้ว ภาค 7.1 เราก็ชอบพวกนักแสดงที่เล่นเป็นพวกแฮร์รี่ตอนแปลงเป็นคนในกระทรวงมาก เล่นเหมือนมากก> < 
อ้อ แล้วก็ภาคนี้ยังมีขำฟิลช์หน่อยนึง ฉากที่โวยวายว่านักเรียนออกมาจากเตียง๕๕๕ ฟิลช์นี่ถ้าจำไม่ผิด ตั้งแต่ภาคสี่มั้งที่เริ่มมีแต่บทฮาๆ ภาคแรกยังแอบโหดอยู่เลย๕๕๕
 แล้วก็ฉาก 19 ปีต่อมาอ่ะ ตอนแรกนึกว่าเค้าจะให้นักแสดงที่เป็นผู้ใหญ่มาเล่นแทนซะอีก ไม่คิดว่าจะแต่งให้เป็นผู้ใหญ่แบบนี้๕๕๕ แฮร์รี่ ดูไปดูมาก็โออยู่นะ จินนี่ทรงผมดูป้าไปหน่อย เฮอร์ไมโอนี่ ดูเป็นคุณแม่ดี แต่ดูไม่แก่ รอนมีพุง๕๕๕๕ แล้วก็ขำมัลฟอยมาก เหมือนเค้าพยายามทำให้ดูแก่ แต่แอบไม่ค่อยเนียนเท่าไร
 อ้อ ภาคนี้ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า แต่เราว่าเค้าทาอายแชโดว์ให้สเนปรึเปล่าอ่ะ? ตรงตาดูไม่ค่อยเหมือนภาคก่อนๆ
 ในฉากความทรงจำ สเนปตอนสมัยหนุ่มๆแต่งหน้าดีมาก ดูหนุ่มจริงๆ (ทาลิปให้ซะปากชมพูเลย๕๕๕)
 ดัมเบิลดอร์ในฉากคิงครอส อย่างกะแกนดาล์ฟ เวอร์ชั่นเลเวลอัพเป็นพ่อมดขาวแล้ว ๕๕๕ เหมือนจริงจัง

 พอมาคิดๆดูแล้ว เราก็ถือว่าโตมากับเรื่องนี้จริงๆนะเนี่ย
 อ่านแฮร์รี่เล่มแรกตอนป.6 จำได้เลยว่า ไปศูนย์หนังสือจุฬาฯครั้งแรก แล้วเห็นโปสเตอร์โปรโมต ประมาณว่า “วรรณกรรมเยาวชนที่ขายดีที่สุดในโลก” แล้วพ่อเราก็ถามว่าเอามั้ย จริงๆเราก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่เห็นว่าขายดีก็น่าจะสนุกมั้ง
 ซื้อมาแล้วก็ดองไว้หลายอาทิตย์เหมือนกัน ไม่ได้อ่านทันที แต่อยู่ดีๆก็หยิบมาอ่านดูแบบไม่ได้คิดอะไรมาก ปรากฏว่าติดมากก เริ่มอ่านคืนวันศุกร์ อ่านจบวันอาทิตย์นั้นเลย(แบบไม่ได้ต่อเนื่องอ่ะนะ) ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน อ่านจบแล้วพีคมากก ไม่คิดว่าจะสนุกขนาดนี้
 พอเล่ม 2 รู้สึกว่าจะออกตอนปิดเทอมเดือนตุลาปีเดียวกัน คราวนี้อ่านรวดเดียวจบเลย กินข้าวเสร็จมาอ่านต่อๆ ตื่นเต้นมากก  เล่ม 3 รู้สึกจะออกเดือนธันวาปีเดียวกัน ส่วนเล่ม4 เว้นไปพักนึง มาออกตอนอยู่ ม.1 ได้ไปงานเปิดตัวหนังสือมาด้วย>< เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว คงเพราะเป็นเล่มเดียวที่จองล่วงหน้า  ตอนป.6 เพื่อนๆยังไม่ค่อยอ่านแฮร์รี่กันเท่าไรเลย แต่พอมา ม.1ถึงรู้สึกว่าคนอ่านเยอะมากก
 เล่ม 5 ออกตอนม.ต้น เล่ม 6 ออกตอนม.ปลาย (แต่จำไม่ได้ว่าม.อะไร ) เล่ม7 อ่านตอนปี 2 เป็นครั้งแรกที่อ่านภาษาอังกฤษ เพราะกลัวว่ากว่าภาษาไทยจะออก จะโดนสปอยล์ซะก่อน แถมเป็นเล่มสุดท้ายแล้วด้วย
 หนังภาคแรกฉายตอนม.1 ตอนนั้นตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นโลกเวทมนตร์จริงๆ ยังคิดอยู่เลยว่า โห อีกตั้งหกภาค ไม่คิดว่าตอนนี้มันจะจบแล้วจริงๆT-T เวลาผ่านไปเร็วเนอะ อยู่ด้วยกันมานานจนรู้สึกว่าแฮร์รี่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเราไปแล้ว
 ถ้าเราไม่ได้มาญี่ปุ่น แล้วจบพร้อมเพื่อนรุ่นเดียวกัน ก็คงจะรับปริญญาแล้วนัดกันไปดูแฮร์รี่อาทิตย์ถัดไปเลย คงเศร้ากว่านี้อีก T-T เพราะแฮร์รี่จบพร้อมเราจริงๆ

edit @ 8 Aug 2011 13:15:59 by SongSung

ไม่ได้อัพบล็อกนานมากกก จนจะครบปีอยู่แล้วตั้งแต่เอนทรี่ที่แล้ว-_-’’
จริงๆก็ไม่ได้ไม่ว่างอะไรขนาดนั้น แต่ไม่รู้จะอัพอะไรดี

เอนทรี่นี้จะขอสรุปสภาพชีวิตปัจจุบันไว้หน่อยละกัน

ตอนนี้ไปแลกเปลี่ยนที่โอซาก้าได้ครึ่งปีแล้วค่ะ
ช่วงนี้ปิดเทอม เลยถือโอกาสกลับไทย
แต่เดี๋ยวก็จะเปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิแล้ว...
รู้สึกเหมือนว่าที่กลับมาไทยนี่เป็นความฝันยังไงไม่รู้
กลับมาได้ไม่กี่วัน พักผ่อนลัลล้าอยู่กับบ้าน ใช้ชีวิตกับปิดเทอมที่แสวงหามานานT-T
แต่สุดท้ายก็ต้องกลับไปเผชิญความจริงกับการเรียน เหอๆ
ก็ไม่ได้ไม่อยากเปิดเทอมหรอกนะ แอบตื่นเต้นเหมือนกันแหละ
วิชาเทอมนี้จะเป็นยังไงน้อ~อะไรประมาณนี้

คนชอบถามว่า ปิดเทอม อยู่บ้านเฉยๆ ปกติทำอะไรบ้าง? ไม่เบื่อเหรอ?
ก็ไม่เบื่อนะ...จะว่าไงดี...ก็หาอะไรทำไปได้เรื่อยๆอ่ะแหละ
เล่นเน็ต...เฟสบุ๊ค ยูทูบ นิโกะฯลฯ ฟังเพลง ดูอนิเมอะไรไปเรื่อยๆ
อ้อ พอดีช่วงนี้เพิ่งมาชอบอาราชิ เลยมีอะไรให้ดูเพิ่มขึ้น๕๕๕

จะว่าไปก็แปลกนะ ไม่คิดว่าตัวเองจะมาชอบไอดอลได้ ปกตินี่ไม่ได้สนใจเลย
ฟังเพลงญี่ปุ่นก็ชอบนักร้องผู้หญิงมากกว่า อย่างKuraki Mai,Nakashima Mika, Aoyama Thelma, Ayaka, JUJU ฯลฯ

จริงๆที่เริ่มสนใจอาราชิ ก็เพราะนักร้องผู้หญิงที่ชอบ(คุรากิ ไม)บังเอิญได้ไปออกรายการ ひみつの嵐ちゃんของอาราชิอ่ะแหละ๕๕๕ ต้องขอบคุณปุ๋ยที่บอก ไม่งั้นก็คงไม่รู้ และไม่ได้ดู
บอกตามตรง ตอนที่ดูนั้นยังรู้จักชื่อไม่ครบทุกคนเลย...หน้าก็เหมือนจะเพิ่งเคยเห็นชัดๆครั้งแรก
ฟังๆไปก็ อ๋อ คนนี้ชื่อนี้ๆเหรอ ^^’
อ้อ แต่ก่อนหน้านั้นเคยดูHana Yori Dango นิดหน่อยก็เลยรู้จักจุน แล้วก็จำหน้านิโนะกับลีดเดอร์ได้นะ! ...ส่วนอีกสองคน ก่อนหน้านี้แทบจะเป็นภาพเบลอๆ-_-’’

ดูรายการตอนนั้นแล้วประทับใจมากกก...อย่างแรกคือ ประทับใจที่เจ๊ไมได้มาออกรายการวาไรตี้แบบนี้ด้วยยย
เห็นบอกว่าตั้งแต่เดบิวต์มาสิบปีนี่เป็นรายการที่สอง ปกติออกแต่รายการเพลงอะไรงี้ (จริงๆแล้วแต่ก่อนก็ไม่ค่อยได้ออกทีวีจริงจังเท่าไรด้วย เพิ่งมาออกเยอะหน่อยช่วงหลังๆนี่เอง)

แล้วในรายการเจ๊ก็เทนเนนมาก๕๕๕ (เทนเนน แปลว่าอะไรดี ซื่อๆ? เป็นธรรมชาติ?)  
นี่คือตัวอย่างบทสนทนา

คุยเรื่องวันหยุดว่าชอบไปร้องคาราโอเกะคนเดียว
อาราชิทุกคน : คนเดียวเหรอออออ o_O !?!
นิโนะ :ในคอนเสิร์ตก็ร้องคนเดียวอยู่แล้ว ยังไปคาราโอเกะคนเดียวอีกเหรอ!?
เจ๊ไม : เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้มันมีนับคะแนนด้วยo_O (เอ่อ มันมีมานานแล้วค่ะ)
แต่เวลาร้องเพลงตัวเองแล้วเคยได้ 41 คะแนน
พี่โช : งั้นใครจะได้ 100 คะแนนล่ะ-_-’’
เจ๊ก็เลยพยายามร้องเต็มที่เพื่อให้ได้ 100 คะแนน ๕๕๕

ไอบะจัง:ปกติทำอาหารรึเปล่า
เจ๊ไม : ซุปมิโสะ
พี่โช : กินซุปมิโสะอย่างเดียวเหรอ?ไม่มีกับข้าวอย่างอื่นเหรอ?
เจ๊ไม : เอ๊ะ อ่อ อาหารใช่มั้ยคะ...เอ่อ...ซุปมิโสะค่อนข้างถนัดน่ะค่ะ^^’

o_O

พี่โช : คุรากิซังเนี่ย เป็นคนสุภาพและเทนเนนสินะครับใช้คำว่า丁寧かつ天然...คิดได้ไงเนี่ย> < มันโดนมากกก แถมยังคล้องจองอีก๕๕๕ แต่แปลเป็นไทยแล้วแปลกๆ ...สรุปว่าเทนเนนจะแปลว่าอะไรดีน้อ)
เจ๊ไมก็ตอบประมาณว่า จริงๆก็เดบิวต์มาสิบปีแล้ว แต่ช่วงนี้หลายๆคนก็บอกว่าอย่างงี้เหมือนกัน
ก็เลยเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองคงจะเป็นคนเทนเนนจริงๆล่ะมั้ง^^’
พี่โช : สรุปก็คือ ใช้เวลาสิบปีถึงจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนเทนเนนสินะ (...๕๕๕)
...จริงๆตอนนี้เพิ่งจะสิบนาที แต่ก็เริ่มจะรู้แล้วล่ะ (โอ๊ย จะฮาไปไหนเนี่ย ๕๕๕)

เจ๊ไมบอกว่าเวลาเหรียญในกระเป๋าสตางค์มีเยอะเกินไป จะรู้สึก 参ったな (ปัญหาภาษาญี่ปุ่นอีกแล้วค่ะเพื่อนๆ แปลว่าอะไรดีคะ? -_-’’)
ไอบะจัง : 倉木まいったな!(เล่นมุกเอาชื่อเจ๊ไมมารวมกับคำที่พูด)
เจ๊ไมทำท่าจะยกเบาะรองนั่ง(座布団)ให้ (เวลาเล่นมุกโดนใจ เค้าจะให้เบาะกันใช่มั้ยนะ เท่าที่จำได้
ถ้าฮามากก็สามเบาะ อะไรอย่างงี้)
นิโนะ : อะไรเนี่ย คนเทนเนนสองคนนี่ (๕๕๕)

หนังที่ดูแล้วร้องไห้คือเรื่อง Rocky (เกี่ยวกับนักมวย) ฉากจบที่พระเอกชกชนะ ถูกสื่อมวลชนรุมสัมภาษณ์ แต่พระเอกเรียกหาแต่นางเอก
ทางรายการให้ลองเล่นฉากนั้นดู เพราะปกติเจ๊ไมดูฉากนี้ในความรู้สึกของร็อกกี้ ไม่ใช่นางเอก๕๕๕
เจ๊ไมเลือกลีดเดอร์เป็นร็อกกี้...ใส่ชุดกล้าม ฮามาก๕๕๕
ตอนหลังมีสลับบทกันด้วยo_O ไม่คิดว่าเจ๊จะกล้า

หลังจากที่ดูก็รู้สึกว่ารายการนี้สนุกดี แล้วก็ไปเจอตอนที่อายาเสะ ฮารุกะ แล้วก็Perfume มาออก ก็ฮาเหมือนกัน แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ชอบมาก
พอดีช่วงปีใหม่เพิ่งซื้อทีวี แล้วเลยได้ดูひみつの嵐ちゃん สดๆ
ก็เริ่มรู้สึกว่าเริ่มจะติดละ แบบว่าคงดูทุกอาทิตย์แน่ๆต่อจากนี้๕๕๕
แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็บังเอิญได้ดูอีกรายการ คือ 嵐にしやがれ
บังเอิญมาก เพราะไม่รู้ว่ามีรายการนี้ด้วย และรายการวันนั้นก็ฮามาก (จริงๆก็คงฮาทุกตอนแหละ)
และวันนั้นเองที่รู้ตัวว่าคงจะชอบอาราชิเข้าแล้ว๕๕๕
ตอนนั้นไม่ได้ชอบเพราะรู้สึกว่าเท่หรืออะไรนะ แค่รู้สึกว่าตลกดี๕๕๕ ฟังเค้าคุยกันแล้วสนุกดี คลายเครียด ชอบบรรยากาศแบบนี้ อะไรประมาณนี้ เพลงเค้าเป็นยังไงยังไม่เคยฟังเลย -_-’’ (คือแต่ก่อนรู้จักแต่ Love so sweet กับ One Love อ่ะ)

หลังจากนั้นถึงไปขุดอัลบั้มที่เคยโหลดไว้มาฟัง...ใช่ เคยโหลดไว้ด้วยนะ Best Album น่ะ สมัยที่ยังรู้จักหน้าแค่จุนคนเดียว(ที่เหลืออีกสี่คนเป็นภาพเบลอๆ-_-) แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ได้ฟังซะที...ขอโทษค่ะ m(_ _)m
ฟังแล้วพบว่าเพลงเพราะเยอะมากกก...ทำไมถึงเพิ่งมาฟังเอาตอนนี้นะ-_-” ดีเลย์ไปสิบปีเลยทีเดียว
เพลงช้าก็เพราะ เพลงเร็วก็สนุก ความหมายดีด้วย


อ้อๆ ในรายการ 嵐にしやがれ หลายอาทิตย์ก่อน
แขกรับเชิญเดบิวต์ปีเดียวกับอาราชิ เลยคุยๆกันว่านอกจากนี้มีใครอีก
พี่โชบอกว่ามีคุรากิ ไมจัง อีกคนนึง >_<

เอ๊ะ?...ทำไมถึงดีใจเหรอ?
ก็...ที่เจ๊ไมมาออกรายการมันก็หลายเดือนมาแล้ว พออยู่ดีๆพูดถึงขึ้นมาก็เลยดีใจอ่ะ> <
แถมตอนพูดชื่อก็มีรูปปกซิงเกิ้ลใหม่ขึ้นมาให้ด้วย๕๕๕ โฆษณาแอบแฝงชัดๆ เหอๆ
สงสัยอาราชิกับเจ๊ไมคงเหมือนเป็นพันธมิตรกันไปแล้วมั้งเนอะ

อ้อๆ แล้วก็สดๆเลย Music Station Special เมื่อคืน ตอนจัดranking 元気ソング
อันดับ87 เพลง Love, Day after tomorrow ของเจ๊ไม
ในจอเล็ก(ที่อยู่มุมบนขวา)ถ่ายหน้าพี่โชด้วยยย
...
แค่นี้แหละ๕๕๕
จะดีใจทำไมเนี่ย?

เอ่อ...พอเหอะ๕๕๕
ทำไมกลายเป็นเอนทรี่อาราชิกับเจ๊ไมไปได้เนี่ย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ > <
งั้นถือว่าเอนทรี่นี้เล่าเรื่องMy Boom ของเราตอนนี้ละกัน๕๕๕

แค่นี้ก่อนล่ะ
แล้วว่างๆจะมาเขียนใหม่จ้า